เตือนกรุงเทพฯ และเมืองชายฝั่งในเอเชีย เสี่ยงโคตรพายุ

 

ผลกระทบจากพายุลูกใหญ่ ที่เกิดขึ้นในมหานครนิวยอร์ค สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือน ประชาชนจำนวนมากในหลายพื้นที่ แต่ด้วยระบบวิศวกรรมโยธาที่ดีก็สามารถบริหารจัดการเหตุภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังคงมีหลายเมืองที่การวางผังเมืองไม่เป็นระบบ เนื่องมาจากการขยายตัวอย่างรวดเร็ว อาทิ เมืองตลอดแนวชายฝั่ง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญก็ออกมาเตือนว่า เสี่ยงต่อภาวะน้ำท่วมและภัยพิบัติ

ก่อนหน้านี้ รายงานของโออีซีดีฉบับหนึ่งเมื่อปี 2550 ระบุว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ตกอยู่ในความเสี่ยงต่อภาวะน้ำท่วมและพายุไซโคลนภายใน 50 ปีข้างหน้า(ค.ศ. 2070) ซึ่งประเทศในเอเชียติดโผถึง 15 ประเทศ

1. โกลกาตา  ประเทศอินเดีย
2. มุมไบ  ประเทศอินเดีย
3. ธากา  ประเทศอินเดีย
4. กวางโจว  ประเทศจีน
5. โฮจิมินห์ ซิตี้  ประเทศเวียดนาม
6. เซี่ยงไฮ้  ประเทศจีน
7. กรุงเทพมหานคร  ประเทศไทย
8. ย่างกุ้ง  ประเทศพม่า
9. ไมอามี่  ประเทศสหรัฐอเมริกา
10. ไฮฟอง  ประเทศเวียดนาม
11. อะเล็กซานเดรีย  ประเทศอียิปต์
12. เทียนจิน  ประเทศจีน
13. กุลนา  ประเทศบังคลาเทศ
14. หนิงป๋อ ประเทศจีน
15. ลากอส  ประเทศไนจีเรีย
16. อาบีจาน  ประเทศไอเวอรีโคสต์
17. นิวยอร์ก  ประเทศสหรัฐอเมริกา
18. จิตตะกอง  ประเทศบังคลาเทศ
19. โตเกียว  ประเทศญี่ปุ่น
20. จาการ์ตา  ประเทศอินโดนีเซีย

ทั้งนี้ ซูซาน แฮนสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชายฝั่ง แห่งศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศทินดอล ในอังกฤษ กล่าวถึงปัจจัยที่เมืองในเอเชีย มีความเสี่ยงต่อโคตรพายุก็คือ ระดับน้ำทะเลซึ่งจะสูงขึ้น 20 นิ้วภายใน ค.ศ. 2070 รวมไปถึง  คลื่นพายุหมุนซัดฝั่ง หรือ storm surge จากพายุไซโคลน ซึ่งทำให้เกิดฝนตกหนักด้วย